WASABI ACNE CREAM

วาซาบิแต้มสิว กลิ่นหอมละมุน อุดมไปด้วยสารสกัดจากวาซาบิและ Salicylic Acid ที่ช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิวและลดการอักเสบของสิว พร้อมทั้งช่วยให้รอยดำค่อยๆจางลงด้วย Vitamin B3 เผยผิวกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

COMFREY CREAM

ครีมเจลเนื้อบางเบา อุดมไปด้วย Plant Stem Cell Extractที่จากราก Comfrey ซึ่งเป็นพืชสมุนไพรที่รู้จักกันดีในยุโรป มีคุณสมบัติในการช่วยเพิ่มพลังให้กับ Stem Cellผิว ชั้น Epidermis โดยแม้เป็น Stem Cell ที่เกิดการชราไป แล้ว ก็ยังสามารถทำงานได้ นั่นคือ ยังช่วยสร้างเซลล์ผิวใหม่ ได้นั่นเอง โดยมีรางวัล Innovative in Ingredients จาก The Cosmetics Business Award 2013 เป็นการันตีช่วยให้ผิวเรียบเนียน กระจ่างใส ลดเลือนริ้วรอยได้ดี

AQUADROP SUNSCREEN

ครีมกันแดดเนื้อบางเบา แตกตัวเป็นน้ำเมื่อสัมผัสผิว พร้อมปกป้องผิวจากรังสี UVA-UVB โดยสารกันแดด ทั้ง Chemical และ Physical Sunscreen ป้องกันการเสื่อมของ DNA จากการถูกทำลายด้วยแสงแดด

B-BRIGHT SERUM

เซรั่มไวท์เทนนิ่งเข้มข้น ด้วยส่วนผสมของสารเบต้าไวท์(Oligopeptide-68) ซึ่งเป็น New innovative whitening active peptide ที่ช่วยยับยั้งการทำงานของ MITF Pathway ให้ลดการผลิตเม็ดสีเมลานิน ทั้งที่เกิดจากกรรมพันธุ์และ เกิดจากสิ่งแวดล้อมภายนอก ช่วยให้ผิวให้สว่างใสขึ้น ในเวลาอันรวดเร็ว และมีความปลอดภัยสูง

การใช้ครีมกันแดด “ปกป้องผิวแบบสูงสุด”

การใช้ครีมกันแดด “ปกป้องผิวแบบสูงสุด” ช่วงนี้อากาศร้อนจัดไหนจะฝนตกอีกการใช้ครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิวจึงเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมากทีเดียว เพราะว่า การใช้ครีมกันแดด อย่างเหมาะสมและถูกต้องนั้นจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปกป้องผิวได้อย่างสูงสุดเลยละค่ะ ฉะนั้นแล้วเราหันมาทำ การใช้ครีมกันแดด ให้ถูกต้อง ถูกวิธี และเหมาะสมเพื่อการปกปกผิวงามของคุณไม่ให้เหยี่ยวย่อนหรือแก่ก่อนวัยกันดีกว่า และวันนี้เราก็จะมาขอแนะนำการใช้ครีมกันแดดให้เหมาะสมอยู่ในการตั้งคำถามเรื่องการใช้ครีมกันแดดของคุณผู้หญิงทุกท่านค่ะ ร้อนขนาดนี้ห้ามพลาดการปกป้องแสงแดดกันเด็ดขาดค่ะ การใช้ครีมกันแดด เพื่อการปกป้องผิวแบบสูงสุด   – คุณใช้ครีมกันแดดที่มีคำปกป้องเท่าไร เดี๋ยวนี้ที่ต่างประเทศเขามีครีมกันแดดที่มีค่า SPF ถึงสามหลักกันแล้วนะ ถึงแม้แพทย์ผิวหนังส่วนใหญ่จะบอกว่าความแตกต่างของการปกป้องจากค่า SPF สูงๆ น่ะแสนจะจิ๊บจ๊อยอย่าง SPF15 จะกรองรังสียูวีบีได้ราว 93% ส่วน SPF30 กรองรังสียูวีบีได้ราว 97% ห่างกันเพียง 4% เอง แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ยังยืนยันอยู่ดีว่าควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF30 เป็นอย่างน้อยในหน้าร้อนเพื่อการปกป้องที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้คนเรายังมักจะทาครีมกันแดดน้อยไปอีกต่างหากเราก็เลยไม่ได้รับการปกป้องแสงแดดเท่ากับที่ระบุไว้บนขวด เพราะฉะนั้นครีมกันแดดที่มีค่า SPF ที่สูงกว่าก็ต้องถือว่าช่วยได้มากขึ้น – คุณทาครีมกันแดดเพียงพอแล้วหรือเปล่า อย่าเอาครีมกันแดดไปเทียบกับครีมบำรุงผิวที่มักแนะนำให้ใช้ปริมาณเท่าเม็ดไข่มุกหรือเมล็ดถั่วทีเดียว เพราะจะเท่ากับว่าคุณทาครีมกันแดดน้อยกว่าที่ควรจะทาไปเยอะเลย ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าถ้าจะปกป้องผิวทั่วเรือนร่างก็ต้องใช้ครีมกันแดดประมาณหนึ่งช็อต (แก้วเล็กๆ อย่างที่เขาใช้ตวงเหล้ากันน่ะ) ส่วนใบหน้าและลำคอก็ต้องใช้อย่างน้อยหนึ่งช้อนชาถึงจะถือว่าเพียงพอ เอ้า…คราวนี้ตอบอีกทีนะว่าคุณทาครีมกันแดดมากพอหรือยัง?   – คุณปกป้องแบบดับเบิ้ลแล้วหรือยังจ๊ะ ก็แสงแดดน่ะมีรังสียูวีหลายชนิดแต่ที่ส่องผ่านชั้นบรรยากาศลงมาทำร้ายผิวของเราได้ก็มีอยู่สองชนิดคือ…

ค่า SPF กับ PA+++ คืออะไร

ครีมกันแดด ทำงานอย่างไร ส่วนผสมในครีมกันแดดจะทำหน้าที่ในการปกป้องผิวจากรังสี UV ด้วยการดูดซับรังสี ,ป้องกันแสง UV ไม่ให้ผ่านเข้าไปถึงชั้นผิว หรือทำให้รังสี UV แตกกระจายออกไปเพื่อไม่ให้เข้าทำร้ายผิวโดยตรง สำหรับคำแนะนำในการใช้ครีมกันแดด ครีมกันแดด ที่ดีที่สุด คือครีมกันแดดที่สามารถที่จะป้องกันแสง UV ได้เพียงพอ(ซึ่งอาจจะขึ้นกับความแรงของแสง) เพื่อให้ได้ผลดีที่สุด ควรทาครีมกันแดดก่อนออกไปสู่ที่มีแสงแดด 30 นาที(ส่วนใหญ่มักจะพบคำแนะนำนี้ตามขวดของครีมกันแดดกันนะ) แล้ว SPF คืออะไร ค่า SPF หรือ Sun Protection Factor เป็นตัวระบุระดับการปกป้องผิวจากรังสี UVB หรือ ก็คือจำนวนเท่าของเวลาที่ผิวทนต่อรังสีอัลตราไวโอเลตนี้ได้หลังจากทาครีมกันแดดแล้ว ซึ่งโดยปกติผิวของเราจะรับมือกับแสงแดดโดยปราศจากครีมกันแดดได้ประมาณ 20-30 นาที ถ้าครีมกันแดดหรือผลิตภัณฑ์นั้นระบุไว้ว่า SPF30 ก็จะหมายถึง เราสามารถอยู่กลางแดดได้ประมาณ 30×30 = 900 นาที หรือ 15 ชั่วโมง โดยที่ผิวไม่ไหม้แดง แต่กระนั้นการคำนวณอาจคลาดเคลื่อนได้ เนื่องจากครีมกันแดดที่ทาบนผิวอาจลบเลือนไปเมื่อเหงื่อออก โดนน้ำ หรือทำกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวัน ดังนั้น ทางที่ดีที่สุดควรทาครีมซ้ำทุก…

วิธีป้องกันแสงแดด อย่างได้ผล

9 วิธีป้องกันแสงแดด 1. ทาครีมกันแดดล่วงหน้า 30 นาทีก่อนเผชิญแสงแดด และทาซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมงและทุกครั้งหลังว่ายน้ำควรจะทาครีมกันแดดซ้ำอย่างน้อยอีก 1 ครั้ง เพื่อเป็นการป้องกันผิวอีกชั้นหนึ่ง 2. เลือกใช้ครีมกันแดด สำหรับกิจกรรมทางน้ำที่มีคำว่า Water Proof (ที่จะกันแดดได้นาน 80 นาที) และ Water Resistant (จะกันแดดได้นาน 40 นาที) ทุกครั้ง 3. ทาครีมกันแดดซ้ำบ่อยๆ และควรจะทาเลยไปที่บริเวณคอและแขนด้วยเพื่อความงามอย่างทั่วถึง 4. การเติมครีมกันแดดในระหว่างวันโดยไม่ต้องล้างหน้านั้นให้ซับเหงื่อซับมันออกจากหน้าเสียก่อนแล้วใช้นิ้วกลางป้ายครีมมาแตะๆ ให้ทั่วหน้า แทนการละเลงครีมไปทั่วหน้าก่อนจะทาแป้งซ้ำอีกครั้งหนึ่ง 5. แม้จะทาครีมกันแดดหลังจากตากแดดแรงๆ แล้ว ควรดื่มน้ำตลอดเพื่อไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ (Dehydrated) ตรงไหนที่ตากแดดแรงๆ เป็นเวลานาน ควรจะทา After Sun ที่ช่วยให้บรรเทาอาการแสบร้อน เลือกที่มีส่วนผสมของวิตามินอีและว่านหางจระเข้ และไม่ควรโดนแดดแรงๆ อีกสักพัก 6. แยกใช้ผลิตภัณฑ์ผิวหน้าและผิวกาย ควรใช้เฉพาะจุดที่กำหนด เช่น ใช้ทาหน้า ทาตัว ทามือ และที่สำคัญควรตรวจสอบวันเดือนปีที่ผลิตและหมดอายุด้วย ควรเลือกวันที่ผลิตจนถึง…